ภาษาไทย | English | 日本語
SignIn!! Article

Menu
PAYMENT INFORM
WAY of GATAAK

Web Stat
Open Web 14/09/2008
Last Update 01/12/2017
All Pageviews
All Products/Service 191


Product/Service Categories
Product/Service Price Index
View All Categories (191)
 Biological Heal The World
 Herb
 Herbal Henna
 Ammonia and Hydrogen Free Hair Color
 Henna mixed with warm water+yokurt
 Herbal Hair Colourant in 3 application
 Herbal Skin Care
 Herbal Soap
 Shampoo+Conditioner
 FACE CARE
 Hair Care
 Everything about Hair
 Herbal Oil
 INDIGO POWDER
 Incense
 Beauty accessories
 Nail Henna and Tattoo Henna
 Healthty Drink
 Temporary Tattoo
 Himalaya Herbals
 SOUVENIR
 Herbal extract
 Shreded Rice Grain



Newsletters
Please input email











Wish everyone be health and beauty

Article
amla (View 10737/Answer 0)

  
การวิจัยเพื่อคัดเลือกพันธุ์มะขามป้อม
Clone Selection of Emblic (Phyllanthus emblica)
      
          
          มะขามป้อมมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า  Phyllanthus emblica L. อยู่ในตระกูล Euphorbiaceae ชื่ออื่นๆเช่น emblic, emblic myrobalan,  aonla,  amla,  emblique,  officinale,  bilimbi madras,  myrobalan  emblique   เป็นพืชท้องถิ่นมีการกระจายพันธุ์ตามธรรมชาติอย่างกว้างขวางตั้งแต่ บริเวณประเทศเนปาล อินเดีย ศรีลังกาถึงประเทศในเขตเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และขึ้นไปจนถึงประเทศจีนตอนใต้  นอกจากนี้ยังมีการปลูกเป็นการค้าในประเทศจีน  อินเดีย  มอริเชียส  หมู่เกาะอินเดียตะวันตก     ตามธรรมชาติจะพบมะขามป้อมบริเวณป่าเบญจพรรณแล้ง  ป่าละเมาะหรือตามป่าชุมชน  ชอบดินลูกรังหรือดินปนทราย    มะขามป้อมเป็นพืชที่ตอบสนองต่อช่วงแสงคือจะออกดอกที่ช่วงวันยาว (12 ถึง 13.5ชั่วโมง)  เราสามารถพบมะขามป้อมตามธรรมชาติได้ในบริเวณพื้นที่ตั้งแต่ระดับน้ำทะเลไปจนถึงพื้นที่สูงถึง 1,500 เมตร  มะขามป้อมมีการเจริญเติบโตช้ามากโดยต้นจากการเพาะเมล็ดจะให้ผลผลิตครั้งแรกเมื่อต้นมีอายุประมาณ 8 ปี   
          ในประเทศไทยพบว่ามะขามป้อมจะมีช่วงการให้ผลผลิตแตกต่างกันไปตามสภาพท้องถิ่น   จากผลการสำรวจพบว่าในเขตภาคใต้ช่วงการให้ผลผลิตจะอยู่ในเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม   ภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือในเดือนตุลาคม-พฤศจิกายนและบนดอยสูงที่หนาวเย็นของเชียงใหม่จะเก็บผลได้ในเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม  อย่างไรก็ตามก็ยังมีการเปลี่ยนแปลงไปบ้างในแต่ละปี  
          แต่ก็นับเป็นข้อได้เปรียบที่เราสามารถเก็บเกี่ยวผลมะขามป้อมได้เป็นช่วงเวลาที่นานถึงประมาณ 6 เดือน
ในประเทศไทยเราผลผลิตมะขามป้อมที่บริโภคกันอยู่ส่วนใหญ่หรือเรียกได้ว่าทั้งหมดเก็บรวบรวมจากป่าธรรมชาติ   การเก็บผลปะปนกันมาจากหลายต้นหลายแหล่งทำให้ไม่สามารถควบคุมปริมาณหรือคาดเดาปริมาณผลผลิตแต่ละปีได้ และก็ทำให้ไม่สามารถควบคุมคุณภาพ ไม่ทราบปริมาณสารสำคัญในผลซึ่งเป็นตัวกำหนดคุณภาพของผลิตภัณฑ์โดยเฉพาะการนำไปผลิตเป็นอาหารเพื่อสุขภาพหรือผลิตภัณฑ์ยา
             ในด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม การเก็บเกี่ยวผลผลิตจากป่ามาบริโภคหรือนำมาจำหน่ายเป็นวิถีชีวิตที่ไม่น่าจะยั่งยืน  นอกจากจะเสี่ยงต่อการใช้ประโยชน์จากป่าแบบเกินกำลังผลิตแล้ว การเก็บเกี่ยวแบบไม่ถูกวิธี ขาดการอนุรักษ์ บำรุงรักษายังอาจส่งผลต่อการเปลี่ยน แปลงของระบบนิเวศ และที่สำคัญอาจเสี่ยงต่อความผิดฐานบุกรุกป่าโดยไม่ตั้งใจ  
              มะขามป้อมเป็นผลไม้ตามธรรมชาติที่มีการใช้ประโยชน์ด้านการเป็นอาหารเพื่อสุขภาพและเป็นยาสมุนไพรในประเทศต่างๆ ที่มีการแพร่กระจายของมะขามป้อมมาช้านานแล้วรวมถึงประเทศไทยด้วย   ปัจจุบันในสหรัฐอเมริกามีการจดสิทธิบัตรการใช้มะขามป้อมเป็นส่วนประกอบในยาบางตัวไปบ้างแล้ว 
            ผล : แก้ไอ ละลายเสมหะ กระตุ้นน้ำลาย แก้เจ็บคอ คอแห้ง คอตีบ
            ใบ : แก้โรคผิวหนัง ผื่นคัน แผลมีหนองเรื้อรัง บิดจากแบคทีเรีย
            เปลือก : รักษาบาดแผล แผลฟกช้ำ บิด
            ราก : แก้ร้อนใน ท้องเสีย ลดความดัน รักษาโรคเรื้อน  
            ปมที่ก้าน : แก้ปวดกระเพาะอาหาร ปวดท้องน้อย ปวดเมื่อยในกระดูก ปวดฟัน ไอ ไส้เลื่อน
ในอินเดียใช้ประโยชน์จากใบ  เปลือกและผลในอุตสาหกรรมฟอกย้อมเนื่องจากมีสารแทนนินสูง
            ปัจจุบันมะขามป้อมกำลังเป็นที่จับตามองในแง่อุตสาหกรรมอาหารเพื่อสุขภาพ  เครื่อง สำอางและยาสมุนไพร  มีการผลิตเป็นผลิตภัณฑ์แปรรูปมากมาย เช่น น้ำมะขามป้อม มะขามป้อมแช่อิ่ม มะขามป้อมดอง มะขามป้อมผง  เครื่องสำอางบำรุงผิวและยอมผม เป็นยาสมุนไพรแก้ไอและเจ็บคอเป็นต้น
            คุณสมบัติที่สำคัญในผลมะขามป้อมคือการมีวิตามินซีและแทนนินสูง   ผลมะขามป้อมมี vitamin C สูงมาก  ปริมาณ vitamin C ในแต่ละต้นจะแตกต่างกันออกไป รายงานบางฉบับกล่าวว่า น้ำคั้นจากผลมะขามป้อม 100 กรัมจะมี vitamin C อยู่ถึง 600 ถึง 1,000 มิลลิกรัม     vitamin C จากมะขามป้อมมีประสิทธิภาพเหนือกว่า vitamin C จากการสังเคราะห์ประมาณ 12 เท่า    วิตามินซีสามารถทำหน้าที่จับอนุมูลอิสระในเซลล์ที่เป็นของเหลว   ป้องกันเซลล์จากการถูกอนุมูลอิสระทำลาย  อนุมูลอิสระเกิดมาจากทั้งภายนอกและภายในร่างกาย ได้แก่ มลพิษในอากาศ  ควันบุหรี่ แสงแดด  รังสีแกมมา  คลื่นความร้อน ส่วนที่มาจากภายในร่างกายก็เกิดจากกระบวนการเผาผลาญของออกซิเจนภายในเซลล์หรือเกิดจากการย่อยทำลายเชื้อแบคทีเรียของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย อนุมูลอิสระทำปฏิกิริยาโยงใยในร่างกายได้มากมาย ก่อให้เกิดการอักเสบ  กาทำลายเนื้อเยื่อ  เกิดต้อกระจกในผู้สูงอายุ  เนื้องอก  โรคมะเร็ง โรคหัวใจและหลอดเลือด
             รายงานของสถาบันสุขภาพแห่งชาติ  รัฐแมรีแลนด์  สหรัฐอเมริกาพบว่า vitamin C อาจสามรถฆ่าเซลล์มะเร็งได้หลังจากทดลองกับหนูสำเร็จและอยู่ระหว่างทดลองกับมนุษย์ ซึ่งสอดคล้องกับนักวิจัยในอังกฤษที่เคยมีรายงานไว้     นอกจากมี vitamin C สูงแล้วมะขามป้อมยังมี tannin อยู่ทุกส่วนของต้น โดยเฉพาะที่ผลมี tannin พวก gallotannins และ ellagitannins (ellagic tannin) ซึ่งมีคุณสมบัติพิเศษในการช่วยรักษาความเสถียรของ vitamin C ให้คงคุณภาพได้นาน  แม้จะถูกแปรรูปโดยการดองหรือทำผง       ผลดิบของมะขามป้อมมี tannin สูง 8-35 % ในขณะที่เปลือกมี tannin 8-24 % ส่วนที่ใบมีอยู่ประมาณ 22-28 %        tannin ในมะขามป้อมเป็นสารสำคัญที่เป็นยารักษาโรคต่างๆ เช่น โรคในระบบหายใจ ระบบทางเดินอาหาร แผลในลำไส้ ลดไขมันและน้ำตาลในเลือด กระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต( Institute for Traditional Medicine, Portland )
             การมี vitamin C และแทนนินมากทำให้ผลมะขามป้อมมีคุณสมบัติทางยามากมาย ซึ่งคงจะต้องมีการศึกษาวิจัยกันอีกมาก  สอดคล้องกับบทสรุปในการระดมความคิดเห็นของนักวิจัยและองค์กรด้านการแปรรูปผลิตภัณฑ์การเกษตร  ที่ให้มุ่งเน้นกระบวนการเกษตรอินทรีย์เป็นหลักและหาแนวทางวิจัยเกี่ยวกับการเพิ่มสารอาหาร  สารต้านอนุมูลอิสระและสารพฤกษเคมีต่างๆจากผลผลิตเกษตร
            สถาบันค้นคว้าและพัฒนาระบบนิเวศเกษตร  มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ซึ่งมีวิสัยทัศน์ “ค้นคว้าและพัฒนาระบบเกษตรอย่างยั่งยืน ฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม พร้อมบริการวิชาการ สืบสานภูมิปัญญาไทย”  ได้เล็งเห็นความสำคัญของงานวิจัยและพัฒนาการผลิตมะขามป้อมเพื่อการใช้ประโยชน์จากมะขามป้อมในอนาคตให้เป็นไปอย่างมีทิศทาง  เป็นระบบสามารถเชื่อมโยงและร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆได้   โดยปัจจุบันได้จัดทำโครงการวิจัยเพื่อสำรวจและคัดเลือกสายพันธุ์มะขามป้อมจากแหล่งธรรมชาติต่างๆ  เพื่อให้ได้สายพันธุ์ที่มีคุณภาพดี  มีสารสำคัญที่เป็นประโยชน์สูงและมีคำแนะนำในการปลูกเลี้ยงที่ดี   ขณะเดียวกันก็วิจัยเพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ด้านอาหารเพื่อสุขภาพและผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางรูปแบบต่างๆ  เพื่อสร้างทางเลือกทางการตลาดให้มากขึ้นเกิดการพัฒนาอุตสาหกรรมมะขามป้อมครบวงจร   แม้กระทั่งการผลิตยารักษาโรคโดยใช้
สารสกัดจากมะขามป้อมก็จะมีประสิทธิภาพมากขึ้นจากการทราบชนิดและปริมาณสารสำคัญในผลมะขามป้อมที่นำมาเป็นวัตถุดิบ 
          ปัจจุบันได้ดำเนินการสำรวจและเก็บตัวอย่างมะขามป้อมจากแหล่งธรรมชาติที่มีการกระจายพันธุ์หนาแน่น  วิเคราะห์คุณภาพผลผลิต  คัดเลือกและจัดทำแปลงรวบรวมสายพันธุ์มะขามป้อมไว้ ณ สถานีวิจัยสิทธิพรกฤดากร  บ้านบางเบิด   อำเภอบางสะพานน้อย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์  เพื่อศึกษาในโครงการ”การศึกษาและคัดเลือกพันธุ์และการผลิตมะขามป้อมเพื่ออุตสาหกรรม”โดยมีสายพันธุ์ที่มี vitamin C  สูงน่าสนใจคือ K 1, K 3, K 5, P 6, P 7, P 8, B 14, B 15  ( K จากแหล่งกาญจนบุรี   P จากแหล่งประจวบคีรีขันธ์   B จากแหล่งบุรีรัมย์ )
 
การวิจัยเรื่องมะขามป้อมของไทย 


 
คณะผู้วิจัย :
นคร  เหลืองประเสริฐ1 นวลปรางค์  ไชยตะขบ2 สุดประสงค์  สุวรรณเลิศ3 และนิภา  เขื่อนควบ3
หน่วยงาน :
1ศูนย์ค้นคว้าและพัฒนาระบบนิเวศเกษตร2สถานีวิจัยกาญจนบุรี 3สถานีวิจัยสิทธิพรกฤดากร
สถาบันค้นคว้าและพัฒนาระบบนิเวศเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
โทร. 08-1850-7706



Hot Product/Service...
Ganesha
DARSHAN INCENSE CONES
Price 12.60 USD
HERBAL HENNA 100
Price 29.95 USD
Natural Beauty Secret for Hair Over Centuries
Price 9.45 USD
Amla Dark and Healthy Hair Naturally
Price 37.95 USD
INDIGO
Price 79.50 USD
medimix
Regular 45.00 USD
Special 38.25
USD
Bio Sock
Price 180.00 USD
 









Home  |  Product  |  Price  |  FAQ  |  About Us  |  knowledge  |  Payment  |  Contact Us

© 2001-2010. TARAD.com. All Rights Reserved.